แม่..

10 กันยายน 2017
420   0

ชายหนุ่มคนหนึ่งสมัครงานในตำแหน่งผู้จัดการที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เขาสอบสัมภาษณ์ผ่านรอบแรก และกำลังจะได้รับการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายจากผู้อำนวยการ..


ผู้อำนวยการเห็นประวัติการศึกษาอันเยี่ยมยอดจากสถาบันมีชื่อ ถามเขาว่า “คุณได้รับทุนใช่ไหม” ชายหนุ่มตอบ “ไม่ครับ”
“งั้นพ่อคุณเป็นคนส่งเสียใช่ไหม”
“พ่อผมเสียตั้งแต่ผมอายุ 1 ขวบ แม่เป็นคนเลี้ยงผมครับ”
“แม่ทำงานอะไร”
“แม่รับจ้างซักรีดครับ”

ผู้อำนวยการขอดูมือของชายหนุ่ม ซึ่งเป็นมือที่ไม่หยาบและไม่มีริ้วรอย “คุณเคยช่วยแม่ซักผ้าไหม”
“ไม่เคยครับ แม่ให้ผมตั้งใจเรียนอย่างเดียว นอกจากนี้ แม่ซักผ้ารีดผ้าได้เร็วกว่าผมมาก”

ผู้อำนวยการพูด “ผมขอให้คุณทำสิ่งหนึ่ง วันนี้เมื่อคุณกลับบ้าน ให้คุณล้างมือให้แม่คุณ แล้วกลับมาพบผมพรุ่งนี้เช้า”

ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่า โอกาสที่เขาจะได้งานสูงมาก เมื่อเขากลับบ้าน เขาขอให้แม่อนุญาตให้เขาล้างมือให้แม่ แม่รู้สึกประหลาดใจ แต่ก็มีความสุข ลูกชายล้างมือแม่ช้าๆ น้ำตาไหลขณะที่ทำ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาสังเกตเห็นว่า มือของแม่เหี่ยวย่นและมีร่องรอยฟกช้ำและแผลแตก บางแผลยังใหม่อยู่ ทำให้แม่นิ่วหน้าเวลาที่ลูกจับถูก

นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกชายตระหนักว่า มือคู่นี้ที่ซักผ้าทุกวันส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสือ รอยแผลที่มือ คือ ราคาของความรู้ที่เขาได้รับ ค่ากิจกรรมที่ทำขณะเรียน และอนาคตในหน้าที่การงานของเขา

หลังจากล้างมือแม่เสร็จ เขาซักเสื้อผ้าที่เหลือต่ออย่างเงียบๆ คืนนั้น เขาคุยกับแม่เป็นเวลานานมาก

เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มกลับไปพบผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการสังเกตเห็นคราบน้ำตาในดวงตาของชายหนุ่ม.. จึงถามว่า “คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างเมื่อวานนี้”

ชายหนุ่มตอบ “ผมล้างมือให้แม่ และซักเสื้อผ้าแทนแม่ครับ ผมเรียนรู้เรื่อง การซาบซึ้งบุญคุณ ถ้าไม่มีแม่ ก็จะไม่มีผมในวันนี้ ผมตระหนักว่า เป็นการยากและลำบากมากในการทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง และผมซาบซึ้งท่านด้วยครับ ที่ทำให้ผมเรียนรู้ ความสำคัญและการให้คุณค่่ากับการช่วยเหลือครอบครัวคนๆหนึ่ง”

ผู้อำนวยการพูด “นี่คือสิ่งที่ผมต้องการให้คนที่เป็นผู้จัดการเป็น ผมต้องการคนที่เห็นคุณค่าของการช่วยเหลือบุคคลอื่น คนที่เข้าใจความทุกข์ยากลำบากของผู้อื่น และคนที่ไม่เห็นเงินเป็นเป้าหมายของชีวิต ผมจ้างคุณ”

ชายหนุ่มทำงานอย่างหนัก และ ได้รับความนับถือจากลูกน้อง ผู้ร่วมงานทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็งและทำงานเป็นทีม ผลประกอบการของบริษัทก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก..

เด็กๆที่ได้รับการปกป้องในทางที่ผิด และ เคยชินกับการได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ จะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ละเลยต่อความรู้สึกของผู้อื่น เมื่อเริ่มทำงาน เขาจะคาดหวังว่า ทุกคนต้องฟังเขา ถ้าเขาเป็นผู้จัดการ เขาจะไม่รับรู้ถึงความทุกข์ยากลำบากของผู้อื่น และจะโทษผู้อื่นตลอดเวลา สำหรับคนแบบนี้ ถึงแม้จะเรียนเก่ง แต่เขาจะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้นาน เขาจะก่นบ่นว่าแต่คนอื่น เกลียดชังผู้อื่น และรู้สึกว่าต้องต่อสู้แก่งแย่งอยู่ตลอดเวลา

คุณให้บ้านหลังใหญ่ ให้อาหารรสเลิศ ให้เรียนเปียโน ให้ลูกดูทีวีจอโตได้ แต่ถ้าคุณกำลังตัดหญ้าในสนาม คุณควรให้ลูกได้ทำด้วย หลังกินข้าวให้ลูกล้างชามด้วยกันกับพี่น้อง ไม่ใช่เป็นเพราะคุณไม่มีเงินจ้างคนทำงานบ้าน แต่เพราะคุณรักลูกในทางที่ถูกต้อง คุณต้องการให้ลูกเข้าใจว่า ถึงแม้พ่อแม่จะมีเงิน ซักวันก็จะแก่เฒ่าเหมือนกับแม่ของชายหนุ่มคนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกควรเรียนรู้คือ การรู้จักซาบซึ้งในความพยายามของผู้อื่น ได้เรียนรู้ความลำบากในชีวิตบ้าง และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

เครดิต Learning Petals

บทความโดย พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ https://www.doctorbreastfeeding.com