เลี้ยงสัตว์ » การเลี้ยงพ่อ,แม่แพะ และการเลี้ยงดูแม่แพะใกล้คลอด+หลังคลอด

การเลี้ยงพ่อ,แม่แพะ และการเลี้ยงดูแม่แพะใกล้คลอด+หลังคลอด

4 ธันวาคม 2017
116   0

https://goo.gl/AoqYDD

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: www.ubmthai.com

การเลี้ยงแพะพ่อพันธุ์  (BUCK)

          ลูกแพะที่คัดไว้ทำพันธุ์จะต้องดูแลให้อาหารอย่างดี  เมื่ออายุครบ  3  เดือน  ต้องแยกลูกตัวผู้ออกไว้ต่างหากเพื่อป้องกันการผสมก่อนวัยอันควร   เมื่อครบ  10  เดือน  จึงจะใช้แพะหนุ่มเพื่อการผสมพันธุ์โดยเริ่มผสมน้อยๆ  ครั้งไปก่อน  อัตราที่เหมาะสมคือ  1:20-25  ตัว  (ตัวผู้1ตัวต่อแม่พันธุ์20-25  ตัว)  พ่อแพะต้องการพื้นที่กว้างๆ  สำหรับออกกำลังกายเมื่อไม่ได้คุมฝูง  เพื่อไม่ให้อุ้ยอ้ายขี้เกียจ

.

 

การเลี้ยงดูแม่แพะ  (DOE)

ลูกแพะเพศเมียที่คัดเลือกไว้ทำพันธุ์ ต้องแยกจากตัวผู้ตั้งแต่อายุ  3  เดือน  เพื่อป้องกันการผสมกันก่อนกำหนด  เพราะเพศเมียสามารถผสมพันธุ์และตั้งท้องได้ตั้งแต่อายุ  3-4  เดือน  ถ้าผสมอายุยังน้อยจะทำให้แคระเเกร็น  ลูกเกิดมาไม่แข็งแรง  แพะสาวควรเริ่มผสมเมื่ออายุ  8-10  เดือน  หลังคลอด  60  วัน  ก็สามารถผสมพันธุ์ได้อีก  เมื่อผสมติด  น้ำนมจะลดลงเรื่อยๆ      ถ้าเป็นแพะรีดนมควรหยุดรีดนมหลังผสมติดประมาณ  3  เดือน  หรือก่อนกำหนดคลอด  6-8  สัปดาห์

แม่แพะทั้งอ้วนและไม่อ้วน  ในเดือนสุดท้ายก่อนคลอดจะต้องควบคุมไม่ให้น้ำหนักลดลงโดยเด็ดขาด  เพื่อป้องกันโรคคีโตซิส  ซึ่งจะพบมากในแม่แพะที่อ้วนมากๆ (https://goo.gl/cB4bbj)  แล้วเกิดเบื่ออาหารหรือกินอาหารน้อยลงในช่วงก่อนคลอด  3  วัน

เนื่องจากแม่แพะสามารถคลอดลูกได้ครั้งละ  1-5  ตัว  การที่แพะจะให้ลูกกี่ตัวขึ้นอยู่กับ..
-การจัดการ  โดยเฉพาะการเร่งอาหารแร่ธาตุและวิตามิน  (Flushing)  เช่นเดียวกับในสุกรซึ่งจะทำให้ลูกดกขึ้น

-ความสมบูรณ์ของพ่อพันธุ์  ขนาดและอายุแม่พันธุ์  รวมทั้งลักษณะพันธุกรรมอีกด้วย  แม่แพะกินอาหารข้นเสริมวันละ  0.5  กิโลกรัม  จะทำให้สุขภาพแข็งแรง  ให้น้ำนมมาก  และที่สำคัญทำให้แม่แพะนั้นเป็นสัดหลังคลอดเร็ว  ผสมติดง่ายและให้ลูกแฝดมากขึ้น

.

 

การเลี้ยงดูแม่แพะใกล้คลอดและหลังคลอด

  1. หยุดรีดนมหรือหย่านม  ก่อนคลอดอย่างน้อย  50  วัน  เพื่อให้ลูกในท้องมีอาหารไว้สร้างความเจริญเติบโตได้เต็มที่  เต้านมเตรียมพร้อมให้คืนสภาพปกติเพื่อจะผลิตน้ำนมเลี้ยงลูก  ยังช่วยป้องกันโรคเต้านมอักเสบอีกด้วย
  2. อย่าให้แม่แพะอ้วน ให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ถ้ามีไขมันที่หน้าท้องมากประกอบกับลูกในท้องที่มีขนาดโตขึ้น  ทำให้พื้นที่กระเพาะลดลง   ร่างกายได้รับอาหารไม่พอ
  3. อย่าให้เกิดภาวะที่ร่างกายต้องดึงไขมันที่สะสมไว้ที่หน้าท้องมาชดเชยอาหารคาร์โบไฮเดรตจน  เป็นผลให้แม่แพะบางรายแสดงอาการป่วยด้วยโรคคีโตซิส  (Ketosis)  (ภาวะที่ร่างกายมีสาร  Ketone  มากกว่าปกติ  ทำให้ไขมันข้นขึ้น  แข็งขึ้น  เหม็นที่เรียกว่าเหม็นหืนขึ้น  ทำให้ไขมันใช้ประโยชน์ได้น้อยลง  เกิดได้ทั้งไขมันในร่างกายและไขมันนอกร่างกาย)  และไข้นมในระยะก่อนและหลังคลอด  โดยจัดอาหารให้แม่แพะให้ถูกต้อง
  4. ให้ระบบทางเดินอาหารแม่แพะใกล้คลอดปกติ  รับประทานอาหารได้เพียงพอตามความต้องการ
  5. อย่าให้แม่แพะบาดเจ็บที่ท่อระบบสืบพันธุ์เช่น  โรคมดลูกอักเสบ  และเต้านมอักเสบ
  6. ป้องกันไม่ให้ลูกแพะป่วยด้วยโรคติดเชื้อ  เช่น  ท้องเสีย  ไข้ข้ออักเสบ  หวัด  ปอดบวม

 

.

การหยุดรีดนมแม่แพะ  (DRY)

การหยุดรีดนมแม่แพะต้องทำให้ถูกหลัก  มิฉะนั้นอาจเป็นโรคเต้านมอักเสบได้  ถ้าแม่แพะให้นมน้อยกว่าวันละ 1.8 กก.  สามารถทำให้นมแห้งได้โดยการหยุดรีดเท่านั้นเองไม่ยุ่งยาก  แต่หากแม่แพะยังคงให้น้ำนมสูงอยู่  ต้องลดอาหารข้นลงเรื่อยๆ  และชดเชยอาหารข้นด้วยหญ้าแห้งคุณภาพดี  ให้น้ำดื่มลดลง  เมื่อแม่แพะให้น้ำนมลดลงน้อยกว่าวันละ 0.9 กก.   ก็สามารถหยุดรีดนมได้

 

.

การป้องกันโรคไข้นม  (HYPOCALCEMIA,MILK  FEVER)

          ไข้นมเป็นอาการป่วยในแม่แพะหลังคลอด  เนื่องจากระดับธาตุแคลเซียมในกระแสเลือดต่ำ  ดังนั้นการจัดการให้อาหารแก่แม่แพะท้องใกล้คลอดที่มีธาตุแคลเซียมในปริมาณมากจะป้องกันโรคนี้ได้  เช่น  ให้อาหารหยาบพวกหญ้าตระกูลถั่วก่อนคลอดอย่างน้อย  3  สัปดาห์

.

โปรแกรมการถ่ายพยาธิในแม่แพะก่อนคลอด

การถ่ายพยาธิแม่แพะตั้งท้องก่อนกำหนดคลอดประมาณ  สัปดาห์   ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ในการกำจัดพยาธิภายในโดยตรงแล้ว  ยังมีผลต่อสุขภาพของลูกแพะเกิดใหม่ด้วย  โดยเฉพาะในฟาร์มที่มีปัญหาเรื่องพยาธิภายในอย่างรุนแรง  แม่แพะที่เป็นโรคพยาธิจะให้น้ำนมน้อยกว่าแม่แพะที่ได้รับการถ่ายพยาธิแล้ว  การถ่ายพยาธิยังป้องกันไม่ให้พยาธิระบาดจากแม่ไปยังลูกด้วย  ไทอาเบนดาโซล  (THIABENDAZOLE)  เป็นยาถ่ายพยาธิที่เหมาะสมและควรเลือกใช้กับแม่แพะก่อนคลอด

 

.

การป้องกันโรคกล้ามเนื้อลีบขาว  (WHITE   MUSCLE  DISEASE)

โรคกล้ามเนื้อลีบ  ไม่มีแรง  เกิดบ่อยในแพะ  โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีธาตุซีลีเนียม  (Se)  ในดินต่ำ  ซึ่งถ้าไม่ได้รับเพิ่มจากแร่ธาตุเสริมหรือจากอาหารข้นจะเป็นเหตุให้สัตว์ขาดธาตุ  Se  ดังนั้นในแม่แพะท้องก่อนครบกำหนดคลอด  60  วัน  ควรฉีดวิตามินอี  และธาตุซีลีเนียม  (SELENIUM  TOCOPHEROL  INJECTION)  จะป้องกันลูกแพะแสดงอาการเป็นโรคดังกล่าวได้  และจะช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น

 

.

โปรแกรมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบเป็นพิษ  (ENTEROTOXAEMIA  BOOSTER  DORE)

เป็นโรคที่สำคัญและพบบ่อยในแพะ  ถ้าแก้ไขไม่ทันแพะป่วยจะตายในอัตราสูง  สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย  คลอสตริเดียมชนิดซีและดี  (CLOSTRIDIUM  TYPE  C  AND  D)  ดังนั้นจำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้แก่แม่แพะก่อนคลอดประมาณ  45  วัน และ  15  วัน  ตามลำดับ  เป็นการเพิ่มความคุ้มโรคนี้ในน้ำนมแม่  แล้วถ่ายทอดความคุ้มโรคไปยังลูก  โดยการดูดนมน้ำเหลือง

.

การป้องกันโรคบาดทะยัก  (TETANUS  BOOSTER  DOSE)

          แม่แพะและลูกแพะอาจเป็นโรคบาดทะยักได้  เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุของโรคนี้เข้าทางบาดแผล  ดังนั้น  จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยักในแม่แพะก่อนครบกำหนดคลอด  45  วัน  และ  15  วัน  ตามลำดับ  ลูกจะได้รับความคุ้มโรคจากแม่ทางนมน้ำเหลืองเช่นเดียวกัน

การจัดการการคลอด..

การเตรียมการคลอด..

คอกคลอด  (KIDDING  PEN)..

คอกคลอดควรมีพื้นที่อย่างน้อย  5  ตารางฟุต  ผนังคอกทึบ  3  ด้าน  ส่วนด้านที่เหลือปล่อยให้โปร่งเพื่อระบายอากาศ  สร้างด้วยวัสดุที่แข็งแรงสามารถขัดถู  ฆ่าเชื้อโรคได้  ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคคอกคลอดให้เรียบร้อย  ให้รองพื้นด้วยฟางหรือหญ้าแห้งเพื่อป้องกันอากาศหนาวและเปียกชื้น  หากหนาวมากๆ  ต้องกกด้วยไฟฟ้าให้ความอบอุ่นเหมือนในสุกร    คอกคลอดควรเป็นที่สงบ  ถ้าไม่มีคอกคลอดก็ใช้วิธีผูกล่ามแม่แพะไว้ใกล้ๆ  คอก   จะได้ช่วยเหลือดูแลได้ทันท่วงที  จัดภาชนะใส่น้ำสะอาดและอาหารไว้นอกคอกคลอด  ซึ่งแม่แพะสามารถกินถึงได้อย่างสบาย  เพราะถ้าหากวางอ่างน้ำไว้ในคอกคลอด  ลูกแพะแรกเกิดอาจจะตกลงไปได้  แยกแพะเข้าขังในคอกคลอดก่อนคลอดอย่างน้อย  2-3   วัน

.

กระบวนการคลอด

โดยปกติแพะแกะจะอุ้มท้องประมาณ 150 วัน (144-153 วัน)

เมื่อแม่แพะใกล้คลอดจะสามารถลูบคลำสัมผัสลูกในท้องตรงบริเวณสวาปด้านขวา  ซึ่งนูนออกเห็นได้ชัดโดยเฉพาะก่อนคลอด  2-3  ชั่วโมง  อาการที่แม่แพะแสดงให้เห็นว่าการคลอดจะเกิดขึ้นแล้วดังนี้

  1. กระวนกระวาย  หงุดหงิด  และย่ำเท้าตลอดเวลา
  2. ส่งเสียงร้องดัง  และมองดูสวาปตัวเอง
  3. เต้านมเต่งคัด  และมีน้ำนมหยดไหล
  4. มีน้ำเมือกไหลออกทางช่องคลอด
  5. เมื่อมีถุงน้ำคร่ำ  (AMNIOTIC   SAC,WATER  BAG)  ออกมาและแตก  จากนั้นลูกแพะควรจะคลอดภายใน  2-3 นาที

ถ้าแม่แพะแสดงอาการดังกล่าวแต่การคลอดลูกยังไม่เกิดขึ้น  แสดงว่ากระบวนการคลอดถูกขัดขวางหรือผิดปกติ  ควรให้สัตวแพทย์ช่วยเหลือโดยทันที

ต้องหาสาเหตุโดยการล้วงทางช่องคลอด  ก่อนตรวจต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบริเวณอวัยวะเพศ  และใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันพาราฟินหล่อลื่นมือเพื่อจะได้ล้วงเข้าสะดวก  ไม่เป็นอันตรายต่อเยื่อบุท่อระบบสืบพันธุ์  ถ้าหากสามารถใช้มือเกาะขาหน้าทั้งสองโดยมีหัวลูกแพะอยู่ตรงกลาง  แสดงว่าลูกคลอดอยู่ในท่าปกติ  ให้พยายามดึงออกอย่างระมัดระวัง  แต่ถ้าตรวจพบขาหลังทั้งสองข้าง  แสดงว่าคลอดผิดท่า   ซึ่งก็สามารถดึงออกได้เช่นกัน  บางครั้งอาจช่วยด้วยการดึงออกไม่ได้ต้องให้สัตวแพทย์ช่วย.

 

หรืออีกตำราการเลี้ยงแพะ ของอาจารย์สมเกียรติ สุวรรณสมุทร เขียนไว้ว่า วันที่ใกล้คลอดเต้านมจะขยายใหญ่ขึ้น จนถึงระยะ 1-2 วันกล่อนคลอดเต้านมจะเต่งตึงมาก และมีน้ำนมคั่งหรือไหลออกมา ท้องหรือสีข้างจะยุบตัวลง อวัยวะเพศบวมแดง และมีน้ำเมือกไหลออกมา

แม่แพะจะมีอาการหงุดหวิด กระวนกระวาย เดินวนไปวนมา ผุดลุกผุดนั่งหรือส่งเสียงร้อง ใช้ขาตะกุยที่นอนไปรอบๆ หรือใช้จมูกดมตามพื้น แม่แพะจะทำท่าเบ่งท้องหลายครั้ง น้ำเมือกที่อวัยวะเพศจะข้นมากขึ้น และขาวในที่สุด สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าแม่แพะจะคลอดลูกภายใน 1-2 ชั่วโมงข้างหน้า

การคลอด แม่แพะจะยืนคลอด โดยมีถุงน้ำคร่ำออกมาก่อน เมื่อถุงน้ำคร่ำแตกก็จะเห็นลูกแพะโผล่ออกมาตามแรงเบ่ง ตามด้วยจมูก หัว และลำตัวในที่สุด เมื่อลูกคลอดออกมาแล้วแม่แพะก็จะเลียตามตัวลูกจนสะอาด โดยเริ่มเลียที่จมูกลูกเพื่อจะได้รับอากาศทำให้หายใจสะดวก ต่อจากนั้นลูกแพะจะพยายามทรงตัวลุกขึ้นยืน และลูกแพะจะหาเต้านม เมื่อพบแล้วจะเริ่มดูดนม กระดิกหางอย่างมีความสุข แสดงว่าแม่มีน้ำนมไหลให้ลูกได้ดูดกินแล้ว และแม่ก็จะยืนเลียตัวลูกแพะจนกว่าเนื้อตัวจะแห้ง

 

.

การเกิดรกค้าง  (RETAINED  PLACENTA)

          รกค้างในแพะพบน้อยกว่าในโคนม  ปกติรกควรออกมาหลังจากคลอดภายในไม่กี่ชั่วโมง  การจัดน้ำอุ่นที่สะอาดให้แม่แพะกินหลังคลอด  เชื่อว่าจะช่วยขับรกให้เร็วขึ้น  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากอุณหภูมิร่างกายแม่แพะลดลงเพราะออกแรงเบ่งและสภาพอากาศหนาวขณะคลอดลูก  นอกจากนี้การเกิดรกค้างและมดลูกอักเสบเป็นหนองอาจมีสาเหตุมาจากการขาดธาตุซีลีเนียมก็ได้

          ถ้าแม่แพะคลอดแล้ว  12  ชั่วโมงยังมีรกค้าง  ขอให้สัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญล้วงปลดรกที่ค้างและใช้นิ้วมือเกี่ยวแล้วค่อยๆ  ดึงออก  ถ้าไม่สามารถล้วงออกได้แก้ไขโดยการฉีดยาปฏิชีวนะและยาไดเอททิลสติลเบสโตรล  (Diethylstilbestrol) (ฮอร์โมนเพศ) ขนาด  10-15 มิลลิกรัม  เพื่อเปิดปากมดลูกและขับรกที่ค้างออกได้

ขณะคลอดลูกหรือหลังคลอดลูก  ให้ทำความสะอาดเต้านมทันที  โดยการฟอกสบู่แล้วล้างด้วยน้ำอุ่นแล้วเช็ดให้แห้ง  เมื่อแม่แพะเลียตัวลูกแพะแห้งดีแล้ว  ให้แยกลูกออกจากแม่  ใช้ทิงเจอร์ไอโอดีน  อ่อนๆ  (2%)  จุ่มสายสะดือ  ผูกและตัดให้เรียบร้อยด้วยกรรไกรหรือมีดสะอาด  ให้เหลือไว้ยาวประมาณ  6  นิ้ว จุ่มไอโอดีนอีกครั้งหนึ่ง  และอาจจุ่มทิงเจอร์ไอโอดีนอีกครั้งในวันที่สอง  เพื่อป้องกันการติดเชื้อ  จนเป็นโรคไข้ข้ออักเสบ  (Jointill,  Navel   ill)

 

.

การป้องกันลูกแพะป่วยในระยะแรกเกิด 

การป่วยของลูกแพะแรกเกิดมักมีสาเหตุมาจากข้อบกพร่องในการจัดการต่างๆ  เช่น  การให้อาหารแม่แพะใกล้คลอดไม่ถูกต้อง  เช่น  ให้อาหารที่มีคุณภาพในระยะท้ายของการรีดนมจนอาจทำให้แม่แพะอ้วนเกินไป  ยิ่งถ้าไม่ได้ออกกำลังกายก่อนคลอดอย่างเพียงพอจะเกิดโรคคีโตซิสได้ง่าย  ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้แม่แพะให้นมน้อยหรือไม่ให้น้ำนมเลย จนทำให้ลูกแพะขาดอาหารหรืออดนม  (Starvation)  อ่อนแอ  ป่วยเป็นโรคติดเชื้อ  เช่น  ท้องเสีย  หวัด  ปอดบวม  ได้ง่าย

การฉีดวิตามิน  เอ  ดี  อี  ขนาด  500,000  ยูนิต  เข้ากล้ามเนื้อ  ในระยะ  30  วัน  และ  15  วัน  ก่อนครบกำหนดคลอด  จะช่วยป้องกันไม่ไห้แม่แพะและลูกแพะขาดวิตามินเหล่านี้   ทำให้ลูกแพะแรกเกิดมีร่างกายสมบูรณ์

คอกคลอดและอุปกรณ์ไม่สะอาดและไม่พร้อม  ขนาดของฝูงก็มีผลต่ออัตราการตายกล่าวคือฝูงขนาดเล็กแพะก็จะตายน้อย  ส่วนฝูงขนาดใหญ่อัตราการตายจะสูงขึ้น  อาจถึง  30-40%    การจัดการให้แพะมีน้ำหนักแรกเกิดดีและมีสุขภาพแข็งแรง

การปฏิบัติต่อลูกแพะ ระยะ  2-3  ชั่วโมงหลังคลอดอย่างใกล้ชิด  เช่น  ช่วยให้มันหายใจอย่างรวดเร็วที่สุด  ตรวจดูว่ามีน้ำเมือกอุดจมูกหรือปากหรือไม่  ถ้ามีรีบเอาออกโดยการใช้มือล้วง  และอาจต้องช่วยกระตุ้นการหายใจด้วยการจับขาหลังทั้งสองหิ้วเอาหัวห้อยลง  เขย่าๆ  และแกว่งไปมา  จะทำให้ลูกแพะหายใจได้เร็วขึ้นและแรงขึ้น  และช่วยเช็ดตัวให้แห้งเร็วขึ้นด้วยผ้าสะอาดเพื่อช่วยกระตุ้นการหายใจและเพิ่มความอบอุ่น  การจัดสิ่งแวดล้อม  อาหาร  และอายุการหย่านมที่เหมาะสม  เหล่านี้ล้วนทำให้อัตราการตายลดลง

องค์ประกอบที่สำคัญที่มีผลต่อจำนวนลูกแพะในการคลอดแต่ละครั้ง

แพะสามารถให้ลูกได้  1-5  ตัว  คนส่วนใหญ่ต้องการให้แม่แพะคลอดลูกแฝดเพราะนอกจากจะได้จำนวนตัวต่อครอกมากแล้ว  ลูกที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักแรกเกิดลดลงเป็นสัดส่วนตามจำนวนตัวลูกที่คลอดออกมาด้วย  ไม่ทำให้เป็นสาเหตุให้คลอดยาก  ถ้าคลอดลูกตัวเดียวส่วนมากมักเอาส่วนหน้าออกซึ่งถือเป็นท่าปกติ  แต่ก็อาจพบปัญหาการคลอดยากที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากลูกแพะเอาหัวออกก่อนคือ  ส่วนขาหน้าทั้งสองข้างยังคงคาค้างอยู่  หรืออาจจะเอาขาหน้าออกแต่หัวยังค้างอยู่  เป็นต้น
  องค์ประกอบที่มีผลต่อจำนวนลูกต่อครอก ดังนี้

  1. ฤดูกาล  ช่วงเวลาการผสมที่อากาศหนาวเย็น(กลางเดือนตุลาคม-มกราคม)  กลางวันสั้นกว่ากลางคืนจำนวนไข่จะตกมาก  โอกาสที่จะมีลูกดกจะสูงกว่าฤดูร้อน
  2. การเร่งอาหาร  (Flushing)  ก่อนการผสมพันธุ์แม่แพะควรให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากกกว่าปกติ  เช่นเดียวกับที่ทำในแกะและสุกร  สามารถเพิ่มจำนวนลูกต่อครอกได้
  3. สุขภาพ  แม่แพะที่ได้รับการถ่ายพยาธิภายในและกำจัดพยาธิภายนอกอย่างเคร่งครัด   ทำให้ไม่เกิดโรคโลหิตจางก่อนผสมพันธุ์  จะช่วยให้ได้ลูกแพะจำนวนเพิ่มขึ้น

 

.

การจัดการเพื่อให้ลูกแพะแรกเกิดมีความต้านทานโรคสูง

ลูกแพะเกิดใหม่ติดเชื้อโรคได้ง่ายและรุนแรง  เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้  2-3  ทาง  คือ  ทางปาก  จมูก  และสายสะดือ  การลดการติดเชื้อทำได้โดยพยายามให้แม่แพะคลอดในคอก  หรือพื้นที่ซึ่งได้ทำความสะอาดแห้งและฆ่าเชื้อโรคแล้ว  รองพื้นห้องด้วยวัสดุที่สะอาด    อาจจะใช้หญ้าแห้งหรือฟางข้าว  ป้องกันไม่ให้สัตว์อื่น  เช่น  สุนัข  แมวหรือแพะตัวอื่นเข้าไปในคอกคลอด

ต้องให้ลูกแพะแรกเกิดได้กินนมน้ำเหลือง  (Colostrum)  ภายใน  15  นาทีหลังคลอด  ก่อนที่ลูกแพะจะได้รับเชื้อโรคใดๆ  เข้าสู่ร่างกาย   แรกๆ  ควรรีดจากเต้าให้กินในภาชนะหรือในขวดนมที่มีหัวดูด    และได้รับจำนวนมากด้วย  เพื่อเพิ่มความต้านทานโรคให้สูงขึ้น  เพราะก่อนคลอด  24  ชั่วโมง  สารโปรตีน  (Gamma  globulin )  ซึ่งมีอยู่ในกระแสเลือดของแม่แพะจะผ่านเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลือง  (Mammary  glands)  มากกว่าปกติอย่างมากซึ่งมีส่วนของสารคุ้มโรคทุกชนิดที่อยู่ในตัวแม่แพะปนอยู่  นมน้ำเหลืองมีส่วนประกอบของวิตามินเอปริมาณมาก  และยังมีสารโปรตีน  น้ำตาลแลคโตส  โกลบูลินและสารอื่นๆ  จำนวนสูงกว่าน้ำนมธรรมดาซึ่งทำให้ระบบทางเดินอาหารและระบบหายใจต้านทานโรคได้ดี  สารภูมิคุ้มโรคจากน้ำเหลืองจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านผนังเยื่อบุทางเดินอาหารได้ดีที่สุดในระยะแรกเกิดเท่านั้น  เมื่ออายุมากขึ้นการดูดซึมจะน้อยลงตามลำดับ  และเมื่ออายุครบ  3  วันแล้ว  สารภูมิคุ้มโรคจะสร้างความต้านทานโรคขึ้นเอง  (Active  immunity)  ซึ่งแล้วแต่มันจะได้รับแอนติเยนชนิดใด

หากสังเกตุเห็นเต้านมแม่แพะคัดเต่งหลังคลอดหลายชั่วโมงแสดงว่าลูกแพะไม่สามารถดูดนมน้ำเหลืองจากแม่ได้   แก้ไขโดยการผูก แม่แพะไว้แล้วจับลูกแพะเอาปากคาบหัวนมโดยตรงเลย  บางครั้งอาจจะต้องใช้มือรีดนมจากเต้าเข้าปากลูกแพะ  หรือใช้ขวดนมเด็กป้อน

หากลูกแพะไม่ได้รับนมน้ำเหลืองอาจเนื่องจากแม่ตาย  จำเป็นต้องให้ยาระบายแก่ลูกแพะ  เช่น  น้ำมันพืชขนาด  15  –  30  ซี.ซี.  เพื่อขับขี้เทา  (Muconium  or  Jaecal  matter)  หรือบางรายต้องสวนทวารเช่นเดียวกับทารกแรกเกิด

การเลี้ยงดูลูกแพะระยะดูดนมและการหย่านม

โดยทั่วไปลูกแพะแรกเกิดมีน้ำหนักประมาณ  2.5  กิโลกรัม  เพศผู้จะหนักกว่าเพศเมียเล็กน้อย  รายที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยจะอ่อนแอ  ต้องช่วยเหลือดูแลอย่างใกล้ชิด  อัตราการเจริญเติบโตของลูกแพะในระยะดูดนมประมาณวันละ  200  กรัม

ถ้าแม่แพะตายลูกแพะสามารถฝึกให้ดูดนมจากขวดหรือกินจากจานหรือกระป๋องได้ไม่ยาก  น้ำนมที่ใช้เลี้ยงแพะควรอุ่นก่อนทุกครั้ง  (อุณหภูมิ  40-60  องศา  ซ.)     ในระยะอายุแรกเกิดถึง  3  สัปดาห์  ให้กินนมวันละ  4  ครั้ง  แล้วค่อยๆ  ลดลงเหลือวันละ  2  ครั้ง

โดยธรรมชาตินมแพะดีกว่านมโคหรือกระบือ  นั่นคือนมแพะมีคุณสมบัติใกล้เคียงนมคนมาก  แต่ในบางครั้งเราก็สามารถใช้นมโคเลี้ยงลูกแพะได้  (นมโคเจอร์ซี่ไม่เหมาะที่จะใช้เลี้ยงแพะ  เพราะมีโมเลกุลของไขมันนมใหญ่เกินไป  ทำให้ย่อยยาก)  ลูกแพะจะเริ่มกินอาหารข้นได้เมื่ออายุประมาณ  3  สัปดาห์

ลูกแพะที่ไม่ใช้ทำพันธุ์ควรตอนตั้งแต่อายุ   2 – 4  สัปดาห์  นิยมใช้วิธีผ่าเอาลูกอัณฑะออก  ควรทำในตอนเช้าที่มีอากาศเย็นจะทำให้เสียเลือดน้อย  นอกจากนี้อาจใช้วิธีหนีบด้วยคีมหนีบ  (Burdizzo)  หรือใช้ยางรัด

อายุ  3  เดือน  หย่านมลูกแพะได้  สอนให้แพะรู้จักกินอาหารเสริม  และเสริมแร่ธาตุในอาหารด้วย  แยกลูกแพะตัวผู้ออกจากตัวเมียเพื่อป้องกันการผผสมพันธุ์ก่อนวัยอันควร  ทำให้แพะแคระเกร็น  ลุกแพะเพศเมียเลี้ยงรวมกับฝูงแม่พันธุ์ได้  เมื่อสาวเต็มที่คืออายุ  10-12  เดือนจึงผสมพันธุ์

 

.

การรีดนมแพะ

แพะมีนม  2  เต้าเท่านั้น  เต้านมแพะพันธุ์นมจะใหญ่และสวย  หัวนมขนาดใหญ่และยาวพอประมาณ  สามารถรีดนมด้วยมือหรือรีดด้วยเครื่องได้เช่นเดียวกับโค

แม่แพะที่อยู่ในระยะรีดนมต้องดูแลเป็นพิเศษ  ต้องไม่ให้แม่แพะรีดนมถูกรบกวนจากคนแปลกหน้า  อย่าเปลี่ยนคนเลี้ยงและคนรีดนม  อย่าให้มีเสียประหลาดรบกวน  เช่น  เด็กร้อง  สนุขเห่าหอน  ในขณะรีดนมอย่าให้สุนัข  แมว  หรือแม่แพะตัวอื่นเข้าไปรบกวนโดยเด็ดขาด  เพราะภาวะเครียดและตกใจจะทำให้แม่แพะลดการหลั่งน้ำนม  รีดนมด้วยความนุ่มนวล  รีดนมให้เสร็จภายใน  5  นาที   ภายหลังจากเช็ดทำความสะอาดเต้านม  เพราะถ้าช้ากว่านี้จะไม่มีสารฮอร์โมนออกซี่โตซิน  (Oxytocin)  ออกมาช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนม

ขั้นตอนการรีดนม

  1. เตรียมภาชนะสำหรับรีดนม
  2. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือผงซักฟอก
  3. นำแพะเข้าซองรีด  ซึ่งเป็นไม้และมีที่หนีบคอ  มีถาดอาหารให้แพะกินเพื่อความเพลิดเพลิน
  4. เตรียมแม่แพะเพื่อรีดนมโดยทำความสะอาดเต้านมด้วยน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค  ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำยาเช็ดรอบเต้านมและหัวนม  การเช็ดด้วยผ้านอกจากจะทำให้สะอาดและแห้งแล้ว  ยังเป็นการกระตุ้นให้แม่แพะขับน้ำนมอีกด้วย
  5. การรีดนมด้วยมือ  ควรนั่งรีด  โดยเริ่มถูบริเวณเต้านมจากด้านหลังไปด้านหน้าเพื่อเป็นการกระตุ้นให้หลั่งน้ำนม
  6. น้ำนมที่รีดได้จากการบีบรีด  2-3  ครั้งแรก  ให้เก็บใส่ภาชนะแยกไว้เพื่อตรวจโรคเต้านมอักเสบก่อน  หรือรีดทิ้งเสีย  เพราะน้ำนมส่วนนี้เป็นแหล่งที่หมักหมมเชื้อแบคทีเรีย  ซึ่งทำให้เต้านมอักเสบ  (Mastitis)
  7. ในกรณีที่ตรวจพบว่าแม่แพะเป็นโรคเต้านมอักเสบก็ไม่ควรใช้นมที่รีดได้นั้นบริโภค  จงแยกแม่แพะป่วยออกจากฝูงเพื่อรักษา  แม่แพะที่สงสัยว่าเป็นโรคเค้านมอักเสบควรรีดหลังจากรีดตัวอื่นๆ  เสร็จแล้ว  เป็นการป้องกันไม่ให้โรคแพร่ไปสู่แม่แพะตัวอื่นๆ
  8. กรรมวิธีการรีดนมให้ใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้บีบกดหัวนมไว้เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำนมไหลย้อนกลับเข้าเต้านม  จากนั้นบีบนิ้วกลาง  นิ้วนาง  และนิ้วก้อย  รีดลงมาที่ปลายหัวนม  น้ำนมจะไหลพุ่งสู่ถังที่เตรียมไว้  แรงกดที่เต้านมจะต้องสม่ำเสมอ ไม่ดึงและกระตุกเต้านมและหัวนมลง  จากนั้นผ่อนแรงกดนิ้วที่หัวนม  เพื่อน้ำนมจะได้ไหลออกจากเต้านมลงมาอีก  ปฏิบัติเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจนกว่าน้ำนมจะหมดเต้านม.

    ขอขอบคุณ
    http://thaigoatclub.blogspot.com/2007/09/blog-post_21.html
    http://tulyakul.blogspot.com/2012/10/blog-post_16.html
    https://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A5%..
    https://i.ytimg.com/vi/PtzTjy6a0wM..

ป้ายกำกับ:คลังสมองubmthai.com