
หากเกิดสงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบระหว่างอเมริกากับรัสเซีย คำถามที่ว่าคนไทยจะ “รอด” ไหม ต้องมองแยกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะประชิด (แรงระเบิด) และ ระยะยาว (ผลกระทบทางสภาพอากาศ) ..
สรุปภาพรวมคือ: ไทยมีโอกาสรอดสูงจากแรงระเบิดโดยตรง แต่จะเผชิญความเสี่ยงที่วิกฤตมากในเรื่องการขาดแคลนอาหารและพลังงาน
10 ประเทศที่ปลอดภัยสำหรับคุณ..หากสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้น
1. โอกาสรอดจากแรงระเบิดและกัมมันตภาพรังสี (ระยะสั้น)
-
ไทยไม่ใช่เป้าหมายหลัก: เป้าหมายนิวเคลียร์มักเป็นฐานทัพทหาร ศูนย์กลางการเมือง และเมืองเศรษฐกิจในซีกโลกเหนือ (สหรัฐฯ ยุโรป รัสเซีย จีน) ไทยจึงไม่น่าจะโดนระเบิดลงโดยตรง
-
ฝุ่นกัมมันตภาพรังสี: เนื่องจากไทยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร กระแสลมในระดับชั้นบรรยากาศมักจะพัดพาฝุ่นรังสีวนอยู่ในซีกโลกเหนือเป็นหลัก ทำให้ฝุ่นรังสีปริมาณมหาศาลอาจจะลงมาไม่ถึงไทยในทันที แต่อาจมีปนเปื้อนมากับน้ำฝนหรืออากาศในปริมาณที่ต่ำกว่าประเทศในซีกโลกเหนือ
2. ฤดูหนาวนิวเคลียร์ (Nuclear Winter) – วิกฤตที่แท้จริง
นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดสำหรับคนไทย แม้เราจะไม่โดนระเบิดสักลูก:
-
แสงแดดหายไป: เขม่าควันดำจากการเผาไหม้เมืองต่างๆ จะลอยขึ้นไปปิดกั้นแสงอาทิตย์ทั่วโลกนานหลายปี
-
อุณหภูมิลดฮวบ: อุณหภูมิในไทยอาจลดลงอย่างรวดเร็ว (อาจเหลือเลขตัวเดียวหรือติดลบในบางพื้นที่) ทำให้พืชเขตร้อนและนาข้าวตายหมด
-
เกษตรกรรมล่มสลาย: เมื่อปลูกข้าวไม่ได้ และแสงแดดไม่พอสำหรับการสังเคราะห์แสง ประเทศที่พึ่งพาเกษตรกรรมอย่างไทยจะเผชิญกับ ความอดอยาก (Famine) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
3. ระบบเศรษฐกิจและทรัพยากร
-
พลังงานขาดแคลน: ไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและเทคโนโลยี หากระบบขนส่งทั่วโลกหยุดชะงัก ไฟฟ้าและน้ำมันจะกลายเป็นของหายากยิ่ง
-
การแพทย์: ยาและเวชภัณฑ์ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ระบบสาธารณสุขจะรับมือลำบากหากเกิดโรคระบาดหรือการขาดสารอาหาร
ตารางเปรียบเทียบโอกาสรอด
บทสรุป
คนไทยอาจไม่ตายจากระเบิดนิวเคลียร์ แต่ “ความอยู่รอด” จะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรภายในประเทศ โดยเฉพาะ คลังเสบียงอาหาร และการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมืดมิดเป็นเวลานานหลายปี

