
“ขี้วัว” และ “ขี้แพะ” มีคุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจดังนี้..
ตารางเปรียบเทียบธาตุอาหารหลักโดยประมาณ
(หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปริมาณน้ำหนักแห้ง)
| ธาตุอาหาร | ขี้วัว (Cow Manure) | ขี้แพะ (Goat Manure) |
| ไนโตรเจน (N) | 0.5 – 1.5% | 1.5 – 2.5% |
| ฟอสฟอรัส (P) | 0.2 – 0.5% | 0.5 – 1.0% |
| โพแทสเซียม (K) | 0.5 – 1.0% | 1.5 – 3.0% |
เจาะลึกความแตกต่าง
1. ขี้วัว (เน้นการปรับปรุงโครงสร้างดิน)
-
จุดเด่น: มีปริมาณอินทรียวัตถุสูงมาก ช่วยให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี
-
ธาตุอาหาร: ค่อนข้างต่ำและปลดปล่อยช้า (Slow Release) เหมาะสำหรับการรองพื้นหรือบำรุงดินในระยะยาว
-
ข้อควรระวัง: มักมีเมล็ดวัชพืชปนมากับระบบการกินหญ้าของวัว ควรนำไปหมักให้สมบูรณ์ก่อนเพื่อฆ่าเมล็ดวัชพืชและลดความร้อน
2. ขี้แพะ (เข้มข้นและเย็นกว่า)
-
จุดเด่น: เม็ดมีลักษณะแห้งและแข็ง ทำให้จัดการง่าย กลิ่นไม่แรงเท่าขี้วัว และที่สำคัญคือ “ไม่ร้อน” เท่ามูลสัตว์ชนิดอื่น (สามารถใส่โคนต้นได้ปลอดภัยกว่าหากแห้งดีแล้ว)
-
ธาตุอาหาร: มี ไนโตรเจน และ โพแทสเซียม สูงกว่าขี้วัวอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากแพะมักกินใบไม้หลากหลายชนิดที่มีแร่ธาตุสูง
-
การใช้งาน: เหมาะมากสำหรับไม้ผล ไม้ดอก และผักกินใบ เพราะช่วยเร่งการเจริญเติบโตได้ดีกว่า
ข้อแนะนำเพิ่มเติม
-
การหมัก: ไม่ควรใช้มูลสดทันที เพราะกระบวนการย่อยสลายในดินจะดึงไนโตรเจนไปใช้และเกิดความร้อน ซึ่งอาจทำให้รากพืช “น็อค” ได้
-
การเสริมประสิทธิภาพ: หากใช้ในสวนปาล์มหรือพืชที่ต้องการธาตุอาหารเฉพาะตัว การใช้ขี้แพะจะช่วยเติมโพแทสเซียมได้ดี ซึ่งส่งผลต่อการสร้างผลผลิต
สำหรับการใช้งานในพื้นที่เกษตรผสมผสานหรือสวนเฉพาะทาง มูลแพะถือเป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าสูงในด้านปริมาณธาตุอาหารต่อหน่วย.