เลี้ยงสัตว์ » งูเหลือม-งูหลาม

งูเหลือม-งูหลาม

7 ธันวาคม 2017
38   0

งูเหลือม

 

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Reptilia
ชั้นย่อย: Lepidosauria
อันดับ: Squamata
อันดับย่อย: Serpentes
วงศ์ใหญ่: Henophidia
วงศ์: Pythonidae
สกุล: Python
สปีชีส์: P. reticulatus

 

บทนำ

งูเหลือมเป็นงูขนาดใหญ่มีพิษ เลี้อยเร็วปานกลาง ดุ และ ฉกกัด ปกติจะอาศัยขดตัวนอนและหากินบนพื้นดิน บางครั้งอาจขึ้นต้นไม้หรือหากินในน้ำ

งูเหลือมอยู่ในตระกูลเดียวกันกับงู Anaconda จัดเป็นงูที่ยาวที่สุดในโลก งูในกลุ่มของงูเหลือมจะมีช่อง Pit เล็กๆเรียงกันที่ริมฝีปากบน ใช้จับอุณหภูมิของเหยื่อ ในเวลากลางคืน ทำให้สามารถหาอาหารได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตามอง

เคยมีเรื่องเล่าจากป่าว่า มีพราน ไปล่าสัตว์แล้วได้ยินเสียงวิดน้ำ จึงเข้าไปดูก็พบงูเหลือมทำการวิดน้ำเพื่อจับปลากิน โดยเอาหัวและหางยึดกับต้นไม้คนละข้างแล้วแกว่งตัววิดน้ำ ทำให้คิดกันว่างูเหลือมเป็นงูที่ฉลาด

 

อันตรายของงูเหลือมคือการรัดก่อนที่จะกินเหยื่อ โดยงูเหลือมจะตกบ่วงอยู่ตามที่รก เพื่อรอให้สัตว์อื่นเข้ามาตกบ่วงเมื่อสัตว์อื่นเข้ามาตกบ่วงก็จะทำการรัดให้เหยื่อขาดอากาศหายใจและเพื่อให้ส่วนของกระดูกของเหยื่อหักละเอียด กลืนกินได้ง่าย

ใครที่ถูกงูเหลือมหรืองูหลามรัด และต้องการให้งูปล่อยให้ทำการหักหางงู งูก็จะคลายการรัด ทำให้สามารถหลุดจากการรัดได้ เนื่องจากงูทุกชนิดไม่ชอบให้จับหางถ้าจับหางหรือตีหางงูแรง ๆ งูจะสะดุ้งหรือตกใจก็จะคลายจากการรัด..

งูเหลือม (อังกฤษ: Reticulated python; ชื่อวิทยาศาสตร์: Python reticulatus) จัดอยู่ในไฟลัมน์สัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นงูขนาดใหญ่ ลำตัวยาวเฉลี่ยประมาณ 3.5-6 เมตร จัดเป็นงูที่ยาวที่สุดของโลกซึ่งตัวที่ยาวที่สุดยาวถึง 9.6 เมตร ถูกจับได้เมื่อปี ค.ศ. 1917 ที่ เกาะซีลิเบท เป็นหมู่เกาะแห่งหนึ่งในมาเลเซีย โดยมีความยาวกว่างูอนาคอนดา ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ แต่มีน้ำหนักน้อยกว่า อาจจะหนักน้อยกว่างูอนาคอนดาได้ถึงครึ่งเท่าตัว

-แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของงูเหลือม

ศัพท์มูลวิทยา

ชื่อวิทยาศาสตร์ของงูเหลือม คือ reticulatus เป็นภาษาละตินหมายถึง “เหมือนแห” หรือ “ร่างแห” อันหมายถึงลวดลายบนตัวงู ที่มองดูคล้ายร่างแห อันเป็นที่มาของชื่อสามัญในภาษาอังกฤษด้วย

ลักษณะทั่วไป

ปากมีขนาดใหญ่และฟันแหลมคม ขากรรไกรแข็งแรงมากและสามารถถอดขากรรไกรในการกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ได้ เกล็ดบริเวณลำตัวตั้งแต่ปลายหัวจรดปลายหางมีสีเหลืองหรือสีเหลืองปนน้ำตาล พื้นของตัวสีน้ำตาลแดง มีลายแบ่งเป็นวงมีหลายสี ที่บริเวณส่วนหัวมีเส้นสีดำขนาดเล็กเรียวยาว เรียกว่า “ศรดำ” จนเกือบถึงปลายปาก หัวเด่นแยกออกจากคออย่างชัดเจน ปลายหางยาวแหลม เกล็ดเรียบเรียงเป็นแถวได้ระหว่าง 69 ถึง 74 แถวที่บริเวณกลางลำตัว เกล็ดทวารเป็นแผ่นเดี่ยว

พฤติกรรม

จัดในอยู่ประเภทงูไม่มีพิษ เลื้อยช้า ๆ และอาจดุตามสัญชาตญาณเมื่อมีศัตรู ออกหากินกลางคืน หากินทั้งบนบกและในน้ำ อาศัยนอนตามโพรงดินโพรงไม้ในที่มืดและเย็น หลาย ๆ วันจึงจะออกหากินครั้งหนึ่ง

-งูเหลือมกำลังกินไก่

งูเหลือมกินสัตว์แทบทุกชนิดโดยมักดักซุ่มรอเหยื่อบนต้นไม้ เมื่อได้จังหวะจะทิ้งตัวลงมารัดเหยื่อจนขาดอากาศหายใจ มีสีและลายกลืนไปกับธรรมชาติ สืบพันธุ์คล้ายงูหลาม (Python bivittatus)

ระยะฟักไข่ 3 เดือน ลูกงูที่ออกจากไข่มีความยาวประมาณ 55 เซนติเมตร กินสัตว์ขนาดเล็ก เช่น นกหรือหนู หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลางเช่น เก้ง, กวาง, สุนัข, กระต่าย, หนู, ไก่, เป็ด รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานด้วยกันอย่าง ตัวเงินตัวทอง จึงมักมีรายงานอยู่เสมอ ๆ ว่าเข้าไปแอบกินสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ในเวลากลางคืน อีกทั้งมีรายงานว่าทำร้ายมนุษย์ได้ด้วย

งูเหลือมอาศัยอยู่ได้ในป่าทุกประเภท ชอบอาศัยในที่ชื้น ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค ปัจจุบันถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535(ห้ามล่า พยายามล่า ห้ามค้า ห้ามนำเข้าหรือส่งออก เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท)

การกระจายพันธุ์

พบกระจายพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่หมู่เกาะนิโคบาร์ , พม่า, ไทย, ลาว และกัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เกาะสุมาตรา, เกาะบอร์เนียว, เกาะสุลาเวสี, เกาะชวา, เกาะลูซอน และหลายหมู่เกาะในหมู่เกาะฟิลิปปินส์

-งูเหลือมเผือก

ปัจจุบันถือเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นของสหรัฐอเมริกา โดยมีการพบในอุทยานแห่งชาติเอเวอร์เกลดส์เชื่อว่าถูกนำเข้ามาจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน เช่นเดียวกับงูหลาม ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในตัวที่สีและลวดลายแปลกไปจากทั่วไปหรือสีกลายเป็นสีเผือกซึ่งมีราคาขายที่แพงมาก ซึ่งงูเหลือมเมื่อเทียบนิสัยกับงูหลามหรืองูเหลือมชนิดอื่น ๆ แล้ว ดุร้ายกว่ามาก เลี้ยงให้เชื่องได้ยาก

 

วิธีสังเกต งูเหลือมกับงูหลามต่างกันอย่างไร

1. ชื่อสามัญและชื่อทางวิทยาศาสตร์ของทั้งเจ้าเหลือมและเจ้าหลามนั้นต่างกัน โดยงูเหลือมนั้นมีชื่อสามัญว่าReticulated Python และชื่อในทางวิทยาศาสตร์คือ Python Reticulatus ส่วนเจ้าหลามนั้นมีชื่อสามัญและชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Indian Python , Python Molurus ตามลำดับ

2. งูหลามนั้นมีลำตัวที่ใหญ่กว่างูเหลือม /แต่มีความยาวน้อยกว่า โดยงูหลามนั้นมีความยาวอยู่ที่ 1-3 เมตร ส่วนงูเหลือมนั้นยาว 1-5 เมตร

3. หัวของงูหลามนั้นดูคล้ายหัวลูกศรสีขาว แต่หัวของเจ้าเหลือมจะเป็นหัว ลูกศรเหมือนกันแต่สีจะออกดำ ซึ่งเมื่อจะสังเกตงูประเภทนี้ให้มองที่หัวก่อนเป็นอันดับแรก

4. งูหลามมีนิสัยที่ไม่ดุร้ายเท่างูเหลือม และมักจะออกล่าเหยื่อบนบก ต่างกับเจ้าเหลือมที่ดุร้ายและจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูของมันทันที มันสามารถหากินได้ทั้งบนบกและในน้ำ หากพบเห็นงูประเภทนี้ที่หากินอยู่ในน้ำ ให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นงูเหลือม

5. หากพบเห็นงูประเภทนี้ที่บริเวณภาคใต้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นงูเหลือม ทั้งนี้เพราะถิ่นกำเนิดของงูหลามนั้น ไม่ได้อยู่ในบริเวณภาคใต้ แต่จะพบมันได้ในภาคอื่นๆของประเทศไทย อินเดียตอนล่างและพม่า ส่วนเจ้าเหลือมนั้นพบได้ทั่วไป

6. ปกติแล้วงูหลามจะไม่หากินในน้ำ ต่างจากงูเหลือมที่สามารถหากินได้ทั้งบนบกและในน้ำ

7. ระยะเวลาการฟักไข่ที่ต่างกัน โดยงูหลามนั้นจะใช้เวลาฟักไข่ 2 เดือน แต่งูเหลือมจะใช้เวลาฟักไข่ 3 เดือน

8. หากพบเห็นงูประเภทนี้บนต้นไม้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นงูเหลือม ทั้งนี้เพราะนิสัยของงูหลามนั้นไม่ชอบหากินบนต้นไม้ หรือปีนต้นไม้ รวมไปถึงไม่ชอบการหากินในน้ำ ต่างจากงูเหลือมที่ชอบทั้งขึ้นต้นไม้และชอบหากินในน้ำ

งูเหลือมกินคนที่ประเทศ บราซิล

แม้ว่างูทั้งสองประเภทนั้น เป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่อย่าเข้าใกล้ เพราะมันมีอันตรายในเรื่องของการรัดเหยื่อ ซึ่งเมื่อมันรัดเข้ากับตัวแล้วนั้นอาจทำให้เกิดอาการกระดูกหักหรือเสียชีวิตได้เลย หากไม่มีคนมาช่วยได้ทันท่วงที ดังนั้นเมื่อเห็นงูเหลือมหรืองูหลามที่ไหนก็ตาม ให้หลีกเลี่ยงหรือไม่เข้าใกล้ระยะกระโจนของมัน.

 

ขอบคุณ
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
http://www.เกร็ดความรู้.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%..
https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&..
https://snakebonny.wordpress.com/2013/01/26/%E0%B8..
http://static3.bigstockphoto.com/thumbs/7/4/2/large1500/24765422