ยูทูป » ด่วน!!”พลเอกเปรม” ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย98ปี

ด่วน!!”พลเอกเปรม” ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย98ปี

26 พฤษภาคม 2019
102   0

ด่วน!!”พลเอกเปรม” ถึงแก่อสัญกรรมแล้วในวัย98ปี

ข่าวเศร้าชาวไทย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปธ.องคมนตรีและรัฐบุรุษ
ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว เมื่อเช้าที่ผ่านมา ที่ รพ.พระมงกุฎฯ
หลังเพิ่งผ่านการเป็น ปธ.องคมนตรี 2 แผ่นดิน สิริอายุ 99 ปี

วันนี้ (26 พ.ค.) รายงานข่าวเปิดเผยว่า พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
ได้ป่วยหมดสติอยู่ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์เวลา 05.00 น. วันนี้
ทางคนในบ้านจึงได้แจ้งที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ก่อนจะส่งรถพยาบาลพร้อมแพทย์และพยาบาลมายังบ้านพัก
เมื่อมาถึงพบว่าพล.อ.เปรม หมดสติ จึงทำการปฐมพยาบาล และปั๊มหัวใจ
ใส่เครื่องช่วยหายใจ ก่อนนำขึ้นรถพยาบาล มายังโรงพยาบาลทันที

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล รีบนำเข้าห้อง CCU (ห้องผู้ป่วยวิกฤตหัวใจ) ชั้น 3 อาคารสมเด็จย่า
ก่อนระดมทีมแพทย์ ทำซีพีอาร์ (ปั๊มหัวใจ) อยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง
ร่างกายไม่ตอบสนอง ก่อนที่พล.อ.เปรม จะสิ้น ในเวลาประมาณ 08.00 น. วันนี้

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 25 พ.ค.ก่อนที่พล.อ.เปรมจะหมดสตินั้น
ได้พูดคุยกับนายทหารคนสนิทและได้สั่งการเรื่องงานต่างๆ ก็ไม่มีท่าที่จะป่วยแต่อย่างใด
ก่อนที่จะเข้าไปนอนพักผ่อน และในเวลา 05.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่พล.อ.เปรม ตื่น
ทางทหารที่อยู่ที่บ้านได้เข้าไปดูก็พบว่ายังนอนอยู่
ดูแล้วว่าผิดสั่งเกตจึงได้เรียกพล.อ.เปรม ก็ไม่ตื่น
จึงได้เรียกแพทย์ที่รพ.พระมงกุฎ มาดูอาการดังกล่าว ก่อนนำส่งรพ.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าห้อง CCU ยังคงมีนายทหารติดตาม
และทหารที่อยู่ในบ้านสี่เสาฯ เดินเข้าออกตลอดเวลา
นอกจากนี้ยังมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้ถือพานนำพวงมาลัยมาไหว้พล.อ.เปรม ตลอดเวลา

โดยก่อนหน้านั้นมีกระแสข่าว พล.อ.เปรม ล้มป่วย
และเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาโดยตลอด
และมาปรากฎตัวครั้งแรกในการเดินทางมาเลือกตั้งล่วงหน้า
นอกเขตที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนสุโขทัย ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2562 โดย พล.อ.เปรม นั่งเก้าอี้วีลแชร์ พร้อมด้วยสายออกซิเจน

จากนั้นวันที่ 10 เม.ย. พล.อ.เปรม เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ
นำรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีทหาร และ ผู้นำเหล่าทัพ
เข้าขอพรและรับพรเนื่องในโอกาสวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า
ในวันนั้น พล.อ.เปรม มีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม อารมณ์ดี
พร้อมทั้งพูดติดตลกกับผู้สื่อข่าวที่อวยพรให้มีอายุถึง 120 ปีว่า
ถ้าอยู่ถึงคงต้องคลานแทนเดิน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.เปรม ปรากฎตัวครั้งสุดท้ายใน
งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับประวัติ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี รัฐบุรุษ
เกิด 26 สิงหาคม 2463 ที่อำเภอเมืองสงขลา โดยล่าสุดเป็นที่ปรึกษาและ
กรรมการในคณะอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.
และนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 16 ดำรงตำแหน่ง 3 สมัย
ระหว่างปี 2523 ถึง 2531และเป็น ผู้บัญชาการทหารบก

พล.อ.เปรม เกิดที่ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
ชื่อ “เปรม” นั้น พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) เป็นผู้ตั้งให้
ส่วนนามสกุล “ติณสูลานนท์” พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานให้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2462
เป็นบุตรชายคนรองสุดท้อง จากจำนวน 8 คน

พล.อ.เปรม สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา สงขลา
ในหมายเลขประจำตัว 167 และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อปี 2480
จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเทคนิคทหารบก รุ่นที่ 5 สังกัดเหล่าทหารม้า
(โรงเรียนนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2477 ต่อมาคือโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า)

เมื่อจบการศึกษาในปี 2484 ได้เข้าร่วมรบในสงครามอินโดจีน
ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
จากนั้นเข้าสังกัดกองทัพพายัพ ภายใต้การบังคับบัญชา
ของหลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์)
ทำการรบในสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างปี 2485 – 2488 ที่เชียงตุง

ชีวิตราชการทหาร ภายหลังร่วมรบในสงครามอินโดจีน
พล.อ.เปรมรับราชการอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้รับทุนไปศึกษาต่อ
ที่โรงเรียนยานเกราะของกองทัพบกสหรัฐ ที่ฟอร์ตน็อกซ์ รัฐเคนทักกี
เมื่อปี 2495 แล้วกลับมารับตำแหน่งรองผู้บัญชาการโรงเรียนยานเกราะ
ต่อมามีการจัดตั้งโรงเรียนทหารม้ายานเกราะ ศูนย์การทหารม้า ที่จังหวัดสระบุรี

พลเอกเปรมได้รับพระบรมราชโองการเป็นผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า
ยศพลตรี เมื่อปี 2511 ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้านี้
มักเรียกแทนตัวเองต่อผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าว่า “ป๋า” และเรียกผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าว่า “ลูก”
จนเป็นที่มาของคำว่าป๋า หรือ ป๋าเปรม และคนสนิทมักถูกเรียกว่า ลูกป๋า จนถึงปัจจุบัน

พล.อ.เปรม ย้ายไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 ในปี 2516
และเลื่อนเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อปี 2517 ได้เลื่อนยศเป็น พล.อ.
ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เมื่อปี 2520
และเลื่อนเป็นผู้บัญชาการทหารบก ในปี 2521

นอกจากยศ พลเอก แล้ว พลเอกเปรม ยังถือว่าเป็นหนึ่ง
ในบุคคลที่มิใช่พระบรมวงศานุวงศ์ ที่ได้รับยศ พลเรือเอกของกองทัพเรือ
และ พลอากาศเอก ของกองทัพอากาศ ด้วย
จากการพระราชทานโปรดเกล้าฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2529
ในระหว่างที่ พลเอกเปรม ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่

พล.อ.เปรมเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 3 สมัย
ช่วงวันที่ 3 มีนาคม 2523 – 4 สิงหาคม 2531 รวมระยะเวลาประมาณ 8 ปี

หลังจากนั้น พล.อ.เปรมได้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2541 จนระงับปฏิบัติหน้าที่วันที่ 13 ตุลาคม 2559
เพื่อไปดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ วันที่ 13 ตุลาคม 2559 – 1 ธันวาคม 2559

จากนั้นได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรี
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 2 ธันวาคม 2559 จนวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ถึงแก่อสัญกรรม

มีรายงานว่า พลเอกเปรม  ได้ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาล เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ หลังจากมีอาการป่วยระบบหัวใจล้มเหลวและเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ที่มา – https://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php/topic,100084