เกษตร » คลิป108เกษตร-เทคนิคดู5ลักษณะของมะละกอฮอลแลนด์ ..และการปลูก

คลิป108เกษตร-เทคนิคดู5ลักษณะของมะละกอฮอลแลนด์ ..และการปลูก

18 พฤศจิกายน 2019
66   0


——————–

สนใจการเกษตรทุกรูปแบบ เข้าไปร่วมพูดคุยได้ที่นี่ครับ เพจ 108เกษตร คลิก!!


มะละกอฮอลแลนด์ มีเทคนิคการสังเกต 5ลักษณะพันธุ์แท้ ได้แก่
1.ก้านงอ
2.โคนแดง
3.แฉกใบลึก
4.ลูกเหมือนแฟง
5.มีธงตรงใบ

 

วิธีปลูก

  1. ไถพรวนดินและยกร่องเพื่อป้องกันน้ำขังในพื้นที่
  2. ระยะปลูกระหว่างต้น 2 เมตร ระหว่างร่อง 3 เมตร
  3. นำกล้ามะละกอที่ได้มาปลูกบนร่อง ขุดหลุมลึกเท่าฝ่ามือ นำกล้ามะละกอลงแล้วกลบดินให้เท่ากับโคนต้นที่อยู่ในถุง เพื่อป้องกันดินร้อนจนลวกต้นมะละกอ
  4. ฉีดพ่นปุ๋ยน้ำ 7 วันต่อครั้ง และให้ปุ๋ยคอกทางดินเดือนละครั้ง

    (รายละเอียดการปลูก)
    แนะนำการเพาะต้นกล้า

    1. เตรียมดิน โดยใช้ ดินร่วน + แกลบดำ อัตรา 2:1 หรือดินร่วนระบายน้ำดีๆ พวก ดินขุยไผ่ หรือดินโคนมะขามที่มันร่วนๆ ใส่ถุงดำ ไม่เอาดินเหนียว ไม่เอาดินซื้อที่ผสมขุยมะพร้าว
    2. การแช่เมล็ดมี 2 วิธี ( น้ำที่ใช้ ต้องผ่านการต้มให้เดือดก่อนเพื่อฆ่าเชื้อ )
    3. วิธีแรก นำเมล็ดแช่น้ำอุ่น แล้วปล่อยไว้ให้น้ำเย็นทิ้งไว้ 2 คืนแล้ว นำเมล็ดที่ลอยและกึ่งจมกึ่งลอยทิ้งไป ควรแช่ด้วย สารป้องกันเชื้อราเช่น ไตรโคเดอร์มา หรือเมทาแล็กซิล ก่อนสัก 5 -10 นาที จึงนำเมล็ดไปห่อผ้า
    4. นำเมล็ดที่แช่ห่อด้วยผ้าชุ่มน้ำหมาดๆ ใส่กระติกน้ำปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 4-6 วัน เมล็ดจะเริ่มแตกออก ไม่ควรให้เมล็ดงอกยาวเกินไป คัดเมล็ดที่เริ่มปริแตกออกมาปลูกก่อน
    5. วิธีที่สอง นำเมล็ดแช่น้ำอุ่น แล้วปล่อยไว้ให้น้ำเย็นทิ้งไว้ 2 คืน เปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวัน นำเมล็ดที่ลอยและกึ่งจมกึ่งลอยทิ้งไป (ไม่ต้องเสียดาย ใส่เมล็ดเผื่อไปให้แล้ว) วิธีนี้ข้อดีคือสะดวกคนปลูก ข้อเสียคือต้นจะขึ้นไม่ค่อยเสมอกันสู้การบ่มไม่ได้
    6. นำเมล็ดที่แช่ไว้ นำมาเพาะลงถุง โดยใส่ ถุงละ 3 -4 เมล็ดกลบไม่ต้องลึก เอาแค่พอรดน้ำแล้ว เมล็ดไม่กระเด็นหายจากถุงพอ ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ก็พอ
    7. รดน้ำทุกวัน คอยดูดินไม่ให้แห้ง แต่ห้ามน้ำขัง ดินเหนียว ขุยมะพร้าว อมน้ำเมล็ดจะเน่าง่าย ถ้าให้โดนแสงช่วงเช้า ช่วงบ่ายไม่โดนจะดีเพราะช่วงบ่ายแดดแรง
    8. ข้อนี้สำคัญ ช่วงการเพาะกล้า ห้ามโดนฝนตกใส่เด็ดขาด ห้ามน้ำขังโคน ดินแน่นๆที่จะใช้เพาะ แม้ไม่ใช่ดินเหนียวก็ควรหาแกลบดำ หรือวัสดุที่ช่วยให้ดินมีช่องว่างขึ้น และไม่ควรเอาปุ่ยคอกมาใส่ช่วงเพาะกล้า อาจเป็นราได้
    9. หมั่นสังเกตุต้น ถ้าพบต้นเหลือง ให้ดูว่า มาจากขาดน้ำ หรือน้ำมากไป หรือ โดนน้ำฝนเป็นรา แก้ไขให้ตรงจุด ทางที่ดีอย่าให้โดนเลย
    10. เมื่อต้นกล้า อายุได้ 30-40 วัน หรือมีใบจริง 2-3 ใบ จึงนำไปปลูกลงแปลง ระยะของหลุม ห่างกัน 2.5 X 2.5 m หรือ มากกว่าได้

     

    แนะนำการปลูกต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์

    1. พื้นที่ในการนำกล้ามะละกอฮอลแลนด์ไปลง ต้องน้ำไม่ขัง น้ำท่วมไม่ถึง และต้องมีน้ำรดเวลาหน้าแล้ง
    2. ระยะการปลูก ไม่ควรน้อยกว่า 2.5×2.5 ถ้าชิดมาก ใบจะแย่งกันหาแสง ต้นจะสูงเร็ว เวลาเป็นโรค จะแพร่กระจายเร็ว พื้นที่1 ไร่ จึงปลูกได้ ราว 200-300 หลุม แล้วแต่ระยะการปลูก
    3. ขุดหลุมปลูกไม่ลึกมาก หากอยากปรุงดิน ควรใช้การเคล้าปุนคอกหรือปุยอินทรีย์กับดิน จะดีกว่าการรองก้นหลุมเป็นก้อน เพราะอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมอยู่ด้านล่าง รากอ่อนมะละกออาจเหลืองตายได้ ไม่ควรให้ดินโดยรอบ ต่ำกว่าดินข้างๆ เพราะอาจทำให้เกิดน้ำขัง โคนเน่าได้
    4. ใน1หลุม ควรมีมะละกออย่างน้อย สองต้นขึ้นไป เพื่อไว้คัดดอก ให้เหลือไว้แต่ต้นกะเทย ต้นเดียว
    5. การแกะออกจากถุงดำ ระวัง เรื่องรากที่ขาด เพราะจะทำให้มะละกอเหี่ยว อาจตายได้ง่าย

     

    แนะนำการดูแลรักษามะละกอฮอลแลนด์

      1. การให้ปุ๋ย นอกจากปุ๋ยเคมีที่ใช้ตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกร่วมด้วย โดยใส่สองเดือนครั้ง

    ราวๆ สองอาทิตย์หลังปลูก สามารถเริ่มให้ปุยเคมีได้แล้ว แต่ ปริมาณ ไม่ต้องมาก แค่ 1 ช้อนแกงโรยให้กระจาย

    1. ในส่วนปุ๋ยเคมี มีหลายสูตรให้เลือกใช้ แต่ที่เน้น ควรเป็น N ไนโตรเจนกับ K โปแตสเซียม 15-15-15,8-24-24,13-13-21,13-13-24,21-7-14 ปริมาณการให้ ในช่วงแรกถึง 2 เดือน ใช้เพียง 1 ช้อนแกง หลังจากนั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้ตามขนาดของต้น
    2. ในช่วงมะละกออายุได้สองเดือน แนะนำให้เน้น K โพแตสเซียมมากนิดนึง เพื่อเร่งให้ติดดอกเร็ว จะได้คัดต้นกะเทยไว้ต้นเดียวได้เร็วขึ้น
    3. ในการให้ปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยคอกหรือปุยเคมี ควรให้น้ำคู่ไปด้วย เพราะพืชดูดซึมสารอาหารในรูปแบบสารละลาย และความถี่ในการให้ปุ๋ยเคมี อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ถ้าให้ดี ทุก 15 วัน
    4. ยากำจัด แมลงปากดูด เพลี้ยไฟไรแดง ใช้เมื่อมีการระบาด ถ้าไม่มีไม่ต้องใช้ จะไม่ใช้ยาพวกนี้ในเชิงป้องกันเพราะจะทำให้ มีการดื้อยาได้ง่าย
    5. เมื่อมะละกอเริ่มติดดอก ใช้แคลเซียมโบร่อนพ่นทางใบ ทุกอาทิตย์เพื่อให้ขั้วเหนียวติดดอกดี
    6. หมั่นทำให้สวนสะอาด กำจัดหญ้า หรือบริเวณที่จะเป็นที่หลบซ่อนของพวกแมลง เพื่อให้ให้สวนเกิดการระบาดของโรค

    *** หมายเหตุ อาหารเสริม ยาต้าน ยาป้องกัน ที่หลายคนแนะนำเซลล์ขายยาแนะนำ แล้วแต่เจ้าของสวนพิจารณาเอง***** แต่ควรดูแลสวนให้ไม่รก ระวังเรื่องแมลง พวกเพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงปากดูดทั้งหลาย ที่จะนำเชื้อต่างๆมาทำลายมะละกอ
    ..หลังจากผ่านไป 8 เดือน จะเริ่มเก็บลูกขาย และเก็บขายๆ ๆๆๆๆ แต่ต้องใส่ปุ๋ยดูแลให้ดีๆเช่นเดิม อย่ามัวแต่รับเงินอย่างเดียวนะคร๊าบบบ ..

    ที่มา- https://108kaset.com/2019/11/17/holland/