ยูทูป » เทสล่าคิดค้นแบตเตอร์รี่ 1 ล้านไมล์สำเร็จแล้ว..

เทสล่าคิดค้นแบตเตอร์รี่ 1 ล้านไมล์สำเร็จแล้ว..

15 มิถุนายน 2020
111   0

เทสล่าคิดค้นแบตเตอร์รี่ 1 ล้านไมล์สำเร็จแล้ว..

ปัญหารถยนต์ไฟฟ้าราคาแพง ค่าซ่อมบำรุงสูง แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว (เปลี่ยนทีก็แพงมาก) เข้าถึงยากอาจจะกำลังหมดไป เพราะยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla ปล่อยหมัดเด็ดออกมาอีกแล้ว  “1 Million Miles Battery” หรือแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ถึง 1 ล้านไมล์ (ประมาณ 1.6 ล้านกิโลเมตร)


ที่มาของการคิดค้น

ก่อนหน้านี้ Tesla ได้คุยอวดเอาไว้ว่ารถของเรานั้นสามารถใช้งานได้ถึง 1 ล้านไมล์ และเมื่อปี 2018 ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ด้วยการนำรถไปทดสอบ และนำภาพชิ้นส่วนเฟืองมาให้ดูกันว่านี่คือรถที่วิ่งมาแล้ว 1 ล้านไมล์ ซึ่งชิ้นส่วนสึกหรอไปน้อยมาก

△ภาพชิ้นส่วนเฟืองของรถ Tesla Model 3 ที่วิ่งมาแล้ว 1 ล้านไมล์  Credit : Twiter Tesla

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเกิดคำถามว่า “แล้วยังไง แบตเตอรี่ก็ต้องเปลี่ยนอยู่ดี?” อีลอน มัสก์ เลยตั้งใจที่จะลบคำสบประมาทนี้และสร้างแบตเตอรี่ 1 ล้านไมล์ขึ้นมาจริง ๆ ไม่นานเกินรอ ตอนนี้เขาทำสำเร็จแล้ว จดสิทธิบัตรเรียบร้อย และเตรียมที่จะใส่แบตเตอรี่ตัวใหม่นี้เข้าไปในรถ Tesla โมเดลใหม่ที่จะออกปลายปีนี้!

△แบตเตอรี่ยุคเก่าของ TESLA เป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (LI-ION) เดิมทีแบตเตอรี่นี้มีชื่อว่า 1865 (ไดมิเตอร์ 18 มม. ยาว 65 มม.) ซึ่งถูกใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ทั่วไป เช่น มือถือ โน้ตบุ๊ก

△ต่อมาTESLA จับมือกับ PANASONIC ASIA สร้างโรงงานผลิตชื่อ GIGAFACTORY ที่รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อผลิตแบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2170 (ไดมิเตอร์ 21 มม. ยาว 70 มม.)และ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเทียมไออนในปัจจุบัน คือมีน้ำหนักเบา เก็บประจุไฟฟ้าได้นานกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่น ชาร์จได้เร็วฯ

เพราะอะไรถึงใช้ได้นานขนาดนั้น

ความลับคือ แบตเตอรี่ตัวนี้เป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (Lithium Iron Phosphate) ที่มีการใส่ NMC หรือ นิกเกิล แมงกานีส โคบอลต์ แบบผลึกเดี่ยวเจเนอเรชั่นใหม่เข้าไป ซึ่งแบตเตอรี่แบบเดิมจะใช้ NMC แบบผลึกเล็ก ๆ ทำให้แตกง่าย ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว ทีมวิจัยจึงปรับให้ผลึก NMC ใหญ่ขึ้นเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น และผลการวิจัยครั้งนี้คือแบตเตอรี่สามารถชาร์จได้ 4,000 ครั้ง โดยเสียความจุไปเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังลดการใช้โคบอลต์ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดลง เพื่อลดต้นทุน จะได้ขายได้ในราคาที่ถูกลงด้วย

และ Tesla ยังได้เทคโนโลยี Cell To Pack จากบริษัท CATL (Contemporary Amperex Technology Ltd.) ยักษ์ใหญ่จากจีน และบริษัทผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่ง Cell To Pack ถูกออกแบบมาให้ห่อหุ้มแบตเตอรี่ มีคุณสมบัติคือน้ำหนักเบา และราคาถูกด้วย

ถ้าไม่ใช้ Tesla จะได้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้หรือเปล่า!?

เรามีโอกาสสูงมากที่จะได้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ เพราะหลังจากที่ Tesla จดสิทธิบัตรแบตเตอรี่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้นำงานวิจัยมาเผยแพร่ ให้เจ้าอื่น ๆ ได้ศึกษาและปรับใช้เป็นของตัวเองกัน คิดว่านี่คือจุดประสงค์หลักของ อีลอน มักส์ ที่ต้องการให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่รถยนต์ใช้น้ำมัน และแพร่หลายสักที

และอย่างที่บอกว่า Tesla จับมือกับ CATL ยักษ์ใหญ่จากจีน เมื่อจีนได้เทคโนโลยีอะไรไปอยู่ในมือแล้ว ก็สามารถนำไปปรับใช้ และผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ในราคาที่ย่อมเยาว์ นั่นหมายถึงเราไม่จำเป็นต้องซื้อรถ Tesla ก็ได้ เพราะคงมีอีกหลายหลายแบรนด์ หลากหลายรุ่นให้เลือก ในราคาถูก และคุณภาพดี ถึงตอนนั้นรถยนต์ใช้น้ำมันอาจจะตกกระป๋องไปเลยก็ได้

รถยนต์ไฟฟ้า Vs รถยนต์ใช้น้ำมัน เลือกอะไรคุ้มค่ากว่า?

เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าถูกพัฒนามาถึงจุดที่ทั้งตัวรถและแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 1 ล้านไมล์ หรือหลักไทย 1.6 ล้านกิโลเมตร คิดเล่น ๆ ว่า 1 ปีเราใช้รถประมาณ 30,000 กิโลเมตร ซึ่งรถคันนี้สามารถใช้งานได้ถึง 53 ปี เทียบกับรถยนต์ใช้น้ำมันที่เรารู้กันดีอยู่ว่ามีค่าซ่อมนู่น เติมนี่ จุกจิก ถ้าดูเป็นรายครั้งอาจจะไม่เยอะ แต่ถ้าลองเอามารวมกันก็มีตกใจกันบ้าง รวมไปถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมที่รถยนต์ไฟฟ้าปล่อยมลพิษน้อยกว่า ดีต่อโลกมากกว่า ถึงตอนนั้นเราคงต้องคิดกันแล้วว่าทำไมยังต้องใช้รถยนต์น้ำมันต่อไปอีก…

การมาของ 1 Million Miles Battery ถือว่าเป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์ครั้งใหญ่ นำเราเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และผลักให้รถยนต์ใช้น้ำมันหายไป ในอนาคตอันใกล้ เรามาจับตาดูผู้เล่นรายอื่น ๆ กันต่อไปว่าจะปล่อยหมัดเด็ดอะไรมาเซอร์ไพรส์กัน.

เรียบเรียงจาก https://www.ldaworld.com/%E0%B9%8..
https://www.google.com/search?client=firefox-b-d&q..
http://www.realtimecarmagazine.com/newsite/archives/54813