ยูทูป » เรือบรรทุกน้ำมันในไทยระเบิด ดังสนั่นทั้งเมืองแม่กลอง พบแล้ว 2 ศพ สูญหาย 7

เรือบรรทุกน้ำมันในไทยระเบิด ดังสนั่นทั้งเมืองแม่กลอง พบแล้ว 2 ศพ สูญหาย 7

18 มกราคม 2023
94   0

เรือบรรทุกน้ำมันในไทยระเบิด ดังสนั่นทั้งเมืองแม่กลอง พบแล้ว 2 ศพ สูญหาย 7

17 มกราคม 2566 ปภ.สมุทรสงคราม รายงานเหตุด่วน เมื่อเวลาประมาณ 09.10 น. เกิดเหตุ “เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่” ระเบิดเสียงดังสนั่นจนมีเพลิงไหม้ควันดำโขมง สังเกตได้จากระยะไกล ขณะจอดซ่อมอยู่ในพื้นที่ อบต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม แรงระเบิดส่งผลให้อาคารบ้านเรือนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ชาวบ้านในพื้นที่ เผย แรงระเบิดรัศมีสะเทือนไม่ต่ำกว่า 7 กิโลเมตร..

โดยเหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมัน ชื่อ SMOOTH SEA 22 เกิดขึ้นภายในอู่ซ่อมเรือ บริษัท รวมมิตรด็อคยาร์ด จำกัด ต.แหลมใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบราย และยังคงมีผู้สูญหายจำนวนหนึ่ง..

กรมเจ้าท่า ระบุว่า SMOOTH SEA 22 เริ่มใบอนุญาตใช้เรือ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 และหมดอายุใบอนุญาตใช้เรือ วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 โดยระบุประเภทการใช้บรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่มีจุดวาบไฟต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ประเภทเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต เขตการเดินเรือ ลำน้ำและทะเลระหว่างจังหวัดตราดกับจังหวัดนราธิวาส..


ข่าวล่าสุด..

เรือบรรทุกน้ำมันเตา โซลาร์ระเบิดสนั่นทั้งเมืองแม่กลอง แรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงอ.บางคนที พบศพเป็นชายขาดครึ่งท่อน และอีกศพอยู่ใต้ท้องเรือ มีผู้สูญหายอีก 7 เสียงปะทุยังดังเป็นระยะ ยังมีน้ำมันเหลือค้างอยู่ในท้องเรือหลายหมื่นลิตร..

จากเหตุเรือบรรทุกน้ำมันระเบิด เมือเวลา 09.20 น .วันที่ 17 ม.ค. 66 พ.ต.ท.ธราเทพ จันทร์ดิษฐ์ สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันเตา ชื่อ smooth sea 22 ขนาด 2.996 ตันกรอสมีน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล ค้างอยู่ในท้องเรือ ประมาณ 20,000 ลิตร จอดซ่อมเรืออยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง หน้าบริษัทรวมมิตรด็อคยาร์ด ม.8 ต.แหลมใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เกิดไฟลุกพนักงานในเรือกระโดดน้ำหนีตาย..

โดยมีเสียงระเบิดดังสนั่น 2 ครั้งติดต่อกัน แรงสั่นสะเทือนไปไกลถึง อ.บางคนที ทำให้กระจกบ้านเรือนบริเวณนั้นแตกกระจาย แรงระเบิดส่งให้ปล่องเรือกระเด็นขึ้นฝั่งขาดเป็น 2 ท่อน พนักงานนั่งทำงานหน้าอู่ซ่อมเรือวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น เสียงระเบิดยังดังเป็นระยะ ทำให้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม และเจ้าหน้าดับเพลิงเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม ต้องทยอยออกมาให้พ้นระยะ เบื้องต้น พบศพชายสภาพศพขาดครึ่งท่อน เหลือแต่ท่อนบน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่ง รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้า 4 คน..

นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาเรือบรรทุกน้ำมันที่เข้ามาซ่อมได้เกิดระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมเพลิงแต่ค่อนข้างยาก เนื่องจากยังมีน้ำมันตกค้างในเรือ จึงขอสนับสนุนรถดับเพลิงชนิดโฟมจากหลายหน่วยงาน เข้ามาช่วยควบคุม และประสานกรมธุรกิจพลังงานให้ส่งผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือต่างๆ มาช่วย เบื้องต้นในส่วนที่ได้รับผลกระทบมีผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า 4 ราย ระดับสีเขียวทั้งหมด มีผู้สูญหาย 7 ราย กำลังค้นหาทั้งภายนอก และในเรือ อย่างไรก็ตามได้รับแจ้งจากผู้เชี่ยวชาญว่าอาจจะเกิดระเบิดซ้ำได้ จึงต้องกันพื้นที่ไม่ให้เข้าใกล้บริเวณดังกล่าว และจะไปตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่วัดปากสมุทร ตำบลแหลมใหญ่..

จากการสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่า เรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวมีน้ำมันเตาอยู่ 25,000 ลิตร และน้ำมันดีเซลค้างอยู่ 20,000 ลิตร ได้มาจอดซ่อมบำรุงภายในท่าเรือแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการซ่อมหน้าเรือที่มีการอ๊อกเชื่อมเหล็ก แล้วเกิดการปะทุจากการเชื่อมเหล็ก จึงเกิดการระเบิดขึ้น โดยจุดเกิดเหตุมีผู้ปฏิบัติงาน 10 คน มีผู้ปฏิบัติงานบนฝั่ง 30 คน

ส่วนผู้บาดเจ็บ 4 คนคือ นายวินเท นายยาซา นายอาว ชาวพม่า และนายสมพงษ์ ใจวิถี เป็นคนไทย ผู้สูญหาย 7 คน มีนายเชียร หรือลูกพี่เชียร คนไทย ส่วนที่เหลือเป็นชาวพม่า ชื่อนายอาโถ นายโซ นายตี๋ฮะ นายซอมิน นายกูแง และนายทุ่ย เสียชีวิต 1 เป็นชาย ขาขวาขาดกระเด็นไปไกล 500 เมตร นำศพขึ้นที่วัดปากสมุทร ตำบลแหลมใหญ่ ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบศพอีก 1 ศพ อยู่ใต้ท้องเรือ

สำหรับเรือ smooth sea 22 (สมูทซี 22) กรมเจ้าท่าเเจ้งว่าเรือดังกล่าว เริ่มใบอนุญาตใช้เรือ วันที่ 9 มิถุนายน 2565 และหมดจะอายุใบอนุญาตใช้เรือ วันที่ 30 พฤษภาคม 2566 ระบุประเภทการใช้บรรทุกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ประเภทเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขตการเดินเรือ ลำน้ำและทะเลระหว่างจังหวัดตราด กับจังหวัดนราธิวาส.

cr:https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%AA%E..
https://www.thairath.co.th/news/local/central/2605135
https://www.google.com/..mXhfai_ave1r3sbw:1674010..

รวมภาพท่อแก๊สปตท.ระเบิด เปลวไฟสูงกว่าเสาไฟฟ้าแรงสูง ในนิคมเอเชียฯ สมุทรปราการ