ที่มา https://worldwarn.com/2026/01/07/greenland-trump/
กรีนแลนด์ คืออะไร? ทำไมทรัมป์อยากได้?
กรีนแลนด์ หรือ กะลาลิตนูนาต เป็นดินแดนทางเหนือสุดของโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกและเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 2,175,900 ตารางกิโลเมตร มีฐานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 วิกิพีเดีย
เมืองหลวง: นุก
ทวีป: ทวีปอเมริกาเหนือ
ภาษาทางการ: กรีนแลนด์
ประชากร: 56,836 (พ.ศ. 2567) ธนาคารโลก
สกุลเงิน: โครนเดนมาร์ก
พื้นที่: 2,166,000 ตร.กม.
กลุ่มชาติพันธุ์ (2563): 89.5% อินูอิต (ชนพื้นเมือง); 7.5% เดนมาร์ก; 1.1% นอร์ดิก; 1.9% อื่น ๆ
เพลงSutter’s Mill – การล้มตายของชนพื้นเมืองอินเดียนแดงเพราะคนอเมริกาแห่ไปขุดทองคำ
กรีนแลนด์ (Greenland) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอาร์กติกและมหาสมุทรแอตแลนติก แม้ทางภูมิศาสตร์จะตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ในทางการเมือง กรีนแลนด์เป็น “ดินแดนปกครองตนเอง” ภายใต้อธิปไตยของ ประเทศเดนมาร์ก
เหตุผลที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสนใจและอยากซื้อกรีนแลนด์ (ซึ่งเขาเคยเสนอไอเดียนี้ในปี 2019 และกลับมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงปี 2024-2025) มีเหตุผลสำคัญหลักๆ 4 ประการ ดังนี้..
1. ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทหาร (Geopolitical Strategy)
กรีนแลนด์ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างสหรัฐฯ ยุโรป และรัสเซีย ทำให้มีชัยภูมิที่สำคัญมากในการควบคุมพื้นที่อาร์กติก
- ฐานทัพอากาศพิทูฟฟิก (Pituffik Space Base): เดิมชื่อฐานทัพอากาศธูเล (Thule Air Base) เป็นฐานทัพที่ตั้งอยู่เหนือสุดของสหรัฐฯ ใช้เป็นสถานีเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าหากมีการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปจากรัสเซียหรือขั้วโลกเหนือ
- การเฝ้าระวัง: เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยให้สหรัฐฯ และ NATO ควบคุมเส้นทางเดินเรือและกิจกรรมทางทหารในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือได้
2. ทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล (Natural Resources)
ภายใต้ชั้นน้ำแข็งหนาทึบของกรีนแลนด์ เชื่อกันว่าเป็นขุมทรัพย์ทรัพยากรที่ยังไม่มีใครแตะต้อง..
- แร่หายาก (Rare Earth Minerals): กรีนแลนด์มีแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในการผลิตสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีทางการทหาร ซึ่งปัจจุบันจีนเป็นผู้ผูกขาดตลาดนี้อยู่
- น้ำมันและก๊าซ: คาดการณ์ว่ามีแหล่งพลังงานมหาศาลอยู่ใต้ท้องทะเล
- น้ำแข็งที่ละลาย: ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำแข็งละลายจนเปิดโอกาสให้เข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น และอาจเปิด เส้นทางเดินเรือใหม่ (Northwest Passage) ที่ช่วยร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างเอเชียกับยุโรป
3. การคานอำนาจกับรัสเซียและจีน
ปัจจุบันรัสเซียกำลังขยายอิทธิพลทางทหารในเขตอาร์กติกอย่างหนัก ขณะที่จีนก็ประกาศตัวเป็น “รัฐใกล้ขั้วโลก” และพยายามเข้ามาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในกรีนแลนด์ สหรัฐฯ จึงต้องการแสดงตัวเป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมพื้นที่เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของคู่แข่ง
4. มุมมอง “นักอสังหาริมทรัพย์” ของทรัมป์
ทรัมป์มองการซื้อดินแดนเหมือนกับการทำข้อตกลงทางธุรกิจครั้งใหญ่ (The Art of the Deal) โดยเขามองว่ากรีนแลนด์เป็นภาระทางเศรษฐกิจของเดนมาร์ก (ที่ต้องจ่ายเงินอุดหนุนทุกปี) แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลสำหรับสหรัฐฯ เหมือนกับการที่สหรัฐฯ เคยซื้อ รัฐอะแลสกา จากรัสเซียเมื่อปี 1867 ซึ่งในตอนนั้นคนก็มองว่าบ้า แต่ปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่ามหาศาล
หมายเหตุ: อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลเดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้อย่างชัดเจนมาโดยตลอด โดยระบุว่า “กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย” เนื่องจากชาวกรีนแลนด์เป็นมนุษย์ที่มีสิทธิในความเป็นชาติของตนเอง ไม่ใช่สินค้า


